Pattanun 的个人资料ღ°•.♥.•°☆>>ทำดีวันละนิด ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


7月7日

~*-_SE7EN's Days....7/7/07_-*~

       สวัสดีจ้า.......กลับมาอัพสเปซแล้ว หลังจากที่ดองไว้นาน สำหรับวันนี้ก็เป็นวันดีของเราและแฟนคลับของพี่เว่นอีกหลายๆแสนคน.......เพราะวันนี้คือวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 นั่นเอง และถือว่าเป็น วันของเซเว่นหรือพี่เว่นของน้องโบ >< ....... ซึ่งวันนี้จะมีครั้งเดียวและจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก (นอกจากแกจะเขียนปฏิทินเอาเองใหม่อะนะ หุหิ) เพราะมันเป็นช่วงของเวลา.......ดังนั้นมันจึงสำคัญมากอากๆๆๆๆสำหรับเรา(ลากเสียง)
 
       วันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่เว่นเล้ยยยยย.......ก็เลยมาอัพสเปซแทน แล้ววันนี้ก็ไม่ได้ไปเรียนพิเศษ.......เพราะไปงานเจเทรนด์ที่ MBK แต่ก็คิดผิดที่ไป เพราะ "กุไปคนเดียว" ไม่น่าหยุดเรียนพิเศษเลย.....ยิ่งตอนนี้อยู่ ม.ปลายนะ ต้องขยันให้มาก......พูดไปก็ขอระบายหน่อยเหอะ....(ถ้าใช้คำหยาบก็โทดนะ) ตอนแรกเราจะไม่ไป......แล้วทีนี้มันก็มีเหตุให้ต้องไป เพราะใจมันร่ำร้อง (อ้วก) แล้วพอไปถึงก็โทรหาเพื่อน(ขอไม่ระบุชื่อนะว่าใคร)......1 ครั้ง ไม่รับ.....2 ครั้งไม่รับ....ก็เลยไม่เปนไร เลยเดินหา ก็เดินนานอยู่นะ....ไม่เจอก็เลยโทรอีก และก็ไม่รับอีก กุเลยเริ่มมีอารมณ์....เลยเดินเล่นทั่วงานไปก่อน ก็ถ่ายรูปไปเรื่อย....แล้วก็โทรอีก...ที่นี้รับ(จนลืมไปเลยว่าโทรไปหามันแล้วมันไม่รับกี่ครั้ง) ก็เลยบอก
 
เรา: "เออ เนี่ยเราไปศึกษาภัณฑ์ไปซื้อของก่อนนะ แล้วตอนนี้พวกแกอยู่ไหน?"  
เพื่อน: "อยู่ฮาจิบังเนี่ย"
เรา:"เออ เดี๋ยวซื้อของเสร็จแล้วเดี๋ยวไปหา"
เพื่อน: "มาดิ ถ้าแกมาพวกเราก็กินเสร็จพอดี"
เรา: "อืม แล้วเจอกัน"
 
แล้วพอเราไปซื้อของเสร็จแล้วไปที่ฮาจิบัง ก็ไม่มีใครอยู่....เราก็ยืนรอตั้งนานเลยนะ อย่างน้อยโทรบอกกันสักคำก็ยังดีว่า เออเนี่ย เราออกมาข้างนอกแล้วนะ แต่นี้ไม่เลย.....เราต้างหากกลับเป็นฝ่ายที่ต้องโทรไปหา โทรไป 2 รอบ....ไม่รับ เลยโทรไปเพื่อนอีกคนนึง....ไม่รับแต่เขาก็โทรกลับมาทีหลัง.......เลยรู้ว่าอยู่ข้างนอก เราเลยบอกแล้วเจอกัน.......แต่สรุปก็ไม่เจอกัน(สงสัยเพราะเราชอบพูด แล้วเจอกัน มันเลยไม่เจอกันมั้งเนี่ย) เราเลย.....ชั่งแม่งและ กุกลับดีกว่า การบ้านรอให้ทำอยู่ที่บ้านตั้งเยอะแยะ.......บอกตามตรงว่าทุกวันนี้ โครตเหนื่อย เพราะมีแต่เราที่ทำไหนจะพิมพ์งาน ปริ๊น ซื้อของ แบกของ จนกุจะกล้ามขึ้นแล้วมั้งสาดดด ........ เราไม่บอกหรอกว่า เฮ้ยเนี่ย เราเหนื่อยนะ เอาไปทำมั้งได้ปะ ...... บอกทำไมละ ให้คิดเองดิ โตๆกันแล้ว เกิดก่อนเราด้วยซ้ำนะ......คิดเป็นมั้ย อย่าให้พูด.......เก็บไว้เยอะ แค่ไม่แสดงออกไปเฉยๆ.....รู้อยู่ว่าที่พิมพ์ออกมามันก็เป็นเรื่องเดิมๆที่เคยไประบายให้คนอื่นฟัง........แต่ว่ารู้มั้ยว่าเรื่องเดิมๆมันจะยิ่งตอกย้ำให้เรา.....เพื่อนคนนี้มากขึ้นๆ พอเราเงียบก็หาว่าเราเงียบ......แต่พอเราเป็นฝ่ายพูดก่อนมั้งกลับกลายเป็นว่า เรื่องที่กุพูด....เป็นแค่ลมผ่านหู เหนื่อยแล้วนะกับการที่ต้องทำแบบนี้ ทำไมการจะมีเพื่อนที่เข้าใจซึ่งกันและกันสักคนมันถึงได้ยากขนาดนี้......หรือเราเองที่ต้องปรับตัว? ปรับให้ไปชอบแบบพวกแกอะนะ.......ชอบดงบัง ชอบเอสเจ.........ถึงจะคุยกันได้ตลอด ถึงจะทำอะไรด้วยกันได้ตลอด.....แล้วที่ผ่านมาล่ะ? เริ่มจากการเป็นเพื่อนกันเพราะอะไร....แล้วจู่ๆตอนนี้ กลับมาทำเหมือนว่า กุเปนปลิงที่คอยเกาะพวก...อะเหรอ? ถ้าจะคิดแบบนั้น ไม่ต้องมาคบกันก็ได้ เพราะแต่ก่อนไม่มีดงบัง ไม่มีเอสเจ ยังเป็นเพื่อนกันได้เลย ถ้าจะคุยกับเราน้อยลงเพราะสาเหตุนี้......ก็หุบปากไปเลยดีกว่า ที่เห็นว่ายิ้ม ที่เห็นว่าหัวเราะ.....รู้มั้ยว่าหัวเราะทั้งๆที่ข้างในมันเศร้า มันน้อยใจ ทำเราเราไม่ว่า แต่ถ้าโดนเราทำมั่งล่ะ........(หรือนี่คือกรรมตามสนองเรา? ที่เคยทำไว้ตอน ม.2 แต่ทำไมมันนานจังเลยล่ะ) รู้มั้ยถ้าโดนเราทำ เรารู้เลยว่าแกจะเป็นยังไง....ตอนนี้ยังทนไหว แต่ต่อไป......ไม่รู้
 
     กลายเป็นบล๊อกมั่วไปและ.......ยังไงก็อยากให้พี่เว่นรู้ว่า ถึงแม้ว่าโบจะไม่ได้สมัครเป็นแฟนคลับ ไม่ได้ดูเอมวีหรือฟังเพลงของพี่ทุกเพลง ไม่ได้เต้นท่าของพี่ได้......แต่เพลงและทำนองของพี่นั้นโบเข้าใจอย่างสุดซึ๊ง T^T เวลามีคนมาว่าพี่ว่าปากห้อย บอกตามตรงโบโกรธมากกก ถึงจะพูดเล่นก็เหอะ แต่ก็เก็บเอาไว้ เพราะพี่เว่นเป็นไอดอลที่สำคัญที่สุดของโบเลย......ยังไงก็ตามขอให้พี่เว่นมีความสุขตลอดเวลาอยากให้รู้ว่า....รักเธอทุกวัน
     
ปล.อ่านสเปซนี้แล้วจะโกรธเรา จะไม่คุยกับเราเป็นเดือนๆก็เอาเลย ....... เราไม่มีสิทธ์ว่าอยู่แล้ว แค่อยากบอกว่า เราเป็นคนที่จริงใจกับเพื่อนและแคร์เพื่อนมาก จะทำอะไรกับเราเอาไว้เราก็รับได้....แต่อย่าให้มันมากเกินทน
4月28日

-|FriEND$|-

          สวัสดีจ๊ะ.....วันนี้เราก็ขอฝากเนื้อฝากตัวเช่นเคยนะ .............
 
                       
              ถ้ามีใครสักคนถามคุณว่า "นี่ๆ ถ้าถึงเวลาที่ต้องพูดอำลากับใครสักคน..เธอจะพูดยังไงเหรอ" เราคิดว่าคุณคงจะตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า "ก็พูดว่า บ๊าย บ่าย หรือไม่ก็แล้วเจอกันนะ....ถามทำไม?" อะไรประมาณนี้ใช่มั้ยล่ะ?  ในตอนนั้นคุณก็คงไม่ได้ใส่ใจเพราะมันยังไม่ถึงเวลาของมัน.....แต่เมื่อถึงวินาทีแห่งการจากลาจริงๆแล้ว ก็คงมีคำพูดมากมายที่อยากจะพูด...แต่....มันก็พูดไม่ออกหรือไม่ก็ทุกอย่างมันตันหมด แล้วพอกลับมานั่งนึกไปถึงตอนนั้น....ก็คงคิดว่า ทำไมตอนนั้นเราไม่พูดอย่างนี้ แล้วทำอย่างนั้นนะ อะไรประมาณนี้
 
             เหมือนเราตอนที่ต้องจากกับเพื่อนตอนมีนาที่ผ่านมา...ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นการจากลาตลอดกาล แต่ว่าช่วงเวลานั้นมันจะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เหมือนกับคำพูดที่ว่า "ประวัติศาสตร์ไม่มีทางซ้ำรอย" ถึงแม้ว่าในห้องของเรา เราจะมีคนที่เขาไม่ชอบเราหรือชอบก็แล้วแต่....คนไม่ดีมันก็มีทุกที่นั่นแหละ แต่เราก็ดีใจนะที่ห้อง 3/1 ของโรงเรียนสันติราษฎร์ทำให้เราได้เจอเพื่อนที่ดีหลายคน โดยเฉพาะ จุ๊บจิ๊บ จอย และมด 
 
             ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2547 วันแรกที่เปิดเรียนขึ้นมัธยมของเรา เรายังจำคำแรกที่จุ๊บจิ๊บพูดกับเราได้ว่า"หวัดดี เราชื่อจุ๊บจิ๊บนะ"....กับเราที่นั่งอยู่คนเดียวถึงแม้ว่าตอนนั้นเรายังไม่ได้สนิทกันทันทีและเราก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเพื่อนคนนี้ แต่....มันก็เปลี่ยนไปเมื่อถึงเทอม 2 .... เรามีเพื่อนมากขึ้น หัวเราะได้เยอะขึ้น บอกตามตรงเลยว่าตอนแรกที่เข้าเรียนที่นี่เรารับไม่ได้เลยกับโรงเรียนที่เป็นแบบนี้ เราบอกกับแม่ทุกวันเลยว่า "แม่หนูจะไม่ไหวแล้วนะ ม.2 ย้ายโรงเรียนให้หนูที" ไม่รู้ว่าเด็กเอกชนจะเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ....
 
             เทอม 2 ...... เราก็เริ่มสนิทกันทั้งจอยและจุ๊บจิ๊บ แต่มาอยู่กันเป็นกลุ่มเลยนี่ก็ตอนปลายๆเทอมจะขึ้นม.2ละมั้ง พอถึงม.2 มดก็ย้ายเข้ามากลุ่มของพวกเรานี่แหละที่ไปคุยกับมดเป็นพวกแรก เพราะมดเป็นคนที่เงียบๆแต่ความจริงมันบ้าเอาการ - - ม.2 เราทั้ง 4 คนก็ไปเที่ยวกันบ่อยมาก จนมันแน้นแฟ้น ถึงแม้พวกเราจะอยู่กลุ่มเดียวกันแล้ว.....แต่ที่แปลกก็คือ "No Name" หรือไม่มีชื่อกลุ่มนั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเรารู้สึกแปลกแต่อย่างใด ........ มันมีความสุขมากเลยนะ ที่ได้ไปไหนมาไหนพร้อมกับเพื่อนซี้เนี่ย แต่เวลาแบบนี้คงจะไม่มีอีกแล้วล่ะ เพราะพอขึ้น ม.4 ก็ต้องแยกย้ายกันไป ถึงจะอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่ก็คนละสาย
 
            พอขึ้น ม.3 มันก็เริ่มเปลี่ยนไปบ้างเพราะมีหลายสิ่ง หลายอย่างเข้ามา ทำให้พวกเราห่างๆกัน จิ๊บก็มุ่งแต่เรียนเพื่อเข้าเตรียม ส่วนจอยก็อ่านนิยาย ฟังวิทยุ มดก็ไม่ค่อยมาโรงเรียน คงจะมีแต่เราละมั้งที่เป็นเหมือนเดิม........พวกเราไปเที่ยวกันครบ 4 คนน่ะเหรอ?........แทบจะไม่มีเลย ไม่มีจริงๆ มันไม่เต็มที่เหมือน ม.2 มันห่างเหินกันซะจนไม่เหมือนเดิมได้แล้วน่ะ เราก็ไม่รู้จะทำยังไงให้มันเป็นเหมือนเดิมได้ จนบางครั้งเราก็คิดนะว่า "อยู่คนเดียวจะดีกว่ามั้ย?" แต่คำตอบคือ ถ้าเราอยู่คนเดียวโดยที่ขาดเพื่อน...เราจะเป็นยังไงในโรงเรียนที่เป็นแบบนี้ เราเลยลองมองในแง่ดีบ้าง....มันก็ดีขึ้นถึงแม้ว่ามันจะกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วก็ตาม.....
 
           อยากบอกเพื่อนว่า...ถึงเราจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ไม่ได้หัวเราะ ร้องไห้ด้วยกันอีกแล้วก็ตาม.......ขอให้รู้ไว้ว่าเพื่อนคนนี้ยังเหมือนเดิม....ยังอ้าแขนรับเพื่อนเสมอเมื่อเพื่อนต้องการ ถึงแม้ว่าเพื่อนจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ถึงแม้ว่าเพื่อนจะเป็นยังไง จะดีหรือเลวต่างจากตอนแรกที่รู้จักกันสักเท่าไหร่.....เรารับได้หมดขอเพียงแค่...
 
เพื่อน จะ ไม่ ทอด ทิ้ง เรา ก็ พอ แล้ว
 
          ก่อนที่เราจะจบหน้าของบล๊อกลง.....เราอยากจะมอบกลอนนี้ไว้แด่เพื่อนๆ ม.3/1 ทุกคน รวมไปถึงเพื่อนสมัย ป.6 ของเรา วิตตี้ นุ่น แป๊ป มะนาว และคนที่เราแอบชอบ...
กลอนอันนี้เราแต่งไว้เมื่อประมาณเดือนกุมภา ที่สำคัญคือ....เราแต่งมันด้วยใจ
 
                                                        
 
Friendships
                                                             วันเวลาอันมีค่า       ถึงเวลาต้องผ่านพ้น
                                                                       เพื่อที่จะดิ้นรน            และสืบค้นหาตัวเอง
                                                         งานเลี้ยงที่เริ่มมา         ถึงเวลาหยุดบรรเลง
                                                         เพื่อนจงอย่ากลัวเกรง    กับชีวิตตามลำพัง
                                                         เพียงจำไว้เถิดว่า         เมื่อหันมามองย้อนหลัง
                                                         ภาพเก่านั้นคงยัง         อยู่ที่เดิมตลอดไป
                                                         ขอเธออย่าท้อแท้        มันเป็นแค่ทางผ่านไป
                                                         ทางออกที่เส้นชัย        คือแรงใจให้ก้าวเดิน
                                                         นึกถึงวันแรกสิ           วันที่เราต่างเคอะเขิน
                                                         ไม่ใช่เหตุบังเอิญ         ที่เรานั้นมาพบกัน
                                                         หากเป็นฟ้าลิขิต          ที่ชีวิตของเราสอง
                                                         จำต้องมาพบปอง        เป็นเพื่อนพ้องแล้วจากไป
                                                         ลาจากในตอนนี้          มิใช่ลาจากกันไกล
                                                         หากใจยังชิดใกล้         รู้สึกได้แม้ห่างกัน
                                                         วันวานที่ใกล้ชิด          ช่างสุขจิตแสนหฤหรรษ์
                                                         วันนี้แม้จากกัน           คงจะไม่คิดเสียใจ
                                                         ที่เราเคยมีเพื่อน         ผู้คอยเตือนด้วยห่วงใย
                                                         ไม่หวังคืนสิ่งใด         เพียงขอให้เพื่อนสุขกาย
                                                         หากรู้ตัวเมื่อช้า          ทำดีมาเมื่อจะสาย
                                                         เพิ่งรู้คือเพื่อนตาย       ที่คอยอยู่เคียงข้างกัน
                                                         หากมีปาฏิหาริย์         ดลบันดาลดั่งใจหมาย
                                                         จะขอเพียงเพื่อนตาย    เคียงข้างกายตลอดไป

 

       
 

 
LOve_4EveR